ได้รับแจ้ง ผ่าน application DLD 4.0  หัวข้อ “ขอความช่วยเหลือ สร้างความเดือดร้อนรำคาญ” สถานที่เกิดเหตุ หมู่ที่ 8 บ้านหนองโจด ตำบลบ้านเป็ด อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น

ข้อเท็จจริง

1.วันที่ 11 ตุลาคม 2564 กรมปศุสัตว์ได้รับแจ้งขอความช่วยเหลือ ผ่าน application DLD 4.0  หมายเลขการแจ้ง : H211011001

2.ผู้ร้องเรียน(ไม่ทราบชื่อและเบอร์โทรศัพท์) ร้องเรียนว่า มีคนเลี้ยงสุนัขพันธุ์พิทบูล ที่บ้านหนองโจด หมู่ที่ 8  ได้ปล่อยสุนัขออกมาจากบ้าน โดยปราศจากปลอกคอ สายจูง หรือที่ครอบปาก ซึ่งสุนัขตัวดังกล่าวไปกัดสุนัขตัวอื่นที่อาศัยอยู่บริเวณนั้น คาดว่าสุนัขที่ถูกกัดน่าจะตาย เกรงว่าจะก่อให้เกิดอันตรายต่อสัตว์เลี้ยงและบุคคลในพื้นที่

3.วันที่ 12 ตุลาคม 2564 นายสัตวแพทย์ชาญประเสริฐ พลซา ปศุสัตว์จังหวัดขอนแก่นมอบหมายให้กลุ่มพัฒนาสุขภาพสัตว์ร่วมกับปศุสัตว์อำเภอเมืองขอนแก่น ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงและให้ความช่วยเหลือ โดยไปพบนายวิชัย ศรีคุณลา ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 8 บ้านหนองโจด ได้ให้ข้อมูลว่ามีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจริง โดยสุนัขพันธุ์พิทบูลเป็นของนายสุวิทย์ ศรีคุณลา อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 289 หมู่ที่ 8 บ้านหนองโจด ตำบลบ้านเป็ด อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น ส่วนสุนัขที่ถูกกัดเป็นสุนัขไม่มีเจ้าของที่อาศัยหากินอยู่บริเวณริมถนน หน้าบ้านของนายสุวิทย์ จึงได้พาเจ้าหน้าที่ไปที่บ้านนายสุวิทย์ พบว่ามีสุนัขพันธุ์พิทบูลถูกเลี้ยงไว้ในกรง นายสุวิทย์ให้ข้อมูลว่าปกติจะเลี้ยงสุนัขไว้ในกรงแต่จะปล่อยออกมาในช่วงเช้าให้สุนัขได้ขับถ่ายและวิ่งเล่น ซึ่งวันเกิดเหตุเป็นเวลาเช้า ได้ปล่อยสุนัขพิทบูลออกจากกรง เดินเล่นในบ้าน ในวันดังกล่าวได้มีกลุ่มสุนัขไม่มีเจ้าของมาอยู่บริเวณหน้าบ้านของนายสุวิทย์ สุนัขพิทบูลจึงวิ่งไปกัดสุนัขตัวดังกล่าว ตนจึงรีบไปห้ามและนำสุนัขพิทบูลของตนเข้าบ้าน โดยสุนัขที่ถูกกัดได้วิ่งหนีไป ไม่ได้ตายแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่เดินสำรวจบริเวณริมถนน ก็พบสุนัขไม่มีเจ้าของที่จำนวน 5 ตัว และพบสุนัขตัวที่ถูกกัดดังกล่าว แต่ไม่สามารถจับเพื่อดูว่ามีบาดแผลถูกกัดหรือไม่

ข้อเท็จจริง

1. วันที่ 11 ตุลาคม 2564 กรมปศุสัตว์ได้รับแจ้งขอความช่วยเหลือ ผ่าน application DLD 4.0  หมายเลขการแจ้ง : H211011001

2. ผู้ร้องเรียน(ไม่ทราบชื่อและเบอร์โทรศัพท์) ร้องเรียนว่า มีคนเลี้ยงสุนัขพันธุ์พิทบูล ที่บ้านหนองโจด  หมู่ที่ 8  ได้ปล่อยสุนัขออกมาจากบ้าน โดยปราศจากปลอกคอ สายจูง หรือที่ครอบปาก ซึ่งสุนัขตัวดังกล่าวไปกัดสุนัขตัวอื่นที่อาศัยอยู่บริเวณนั้น คาดว่าสุนัขที่ถูกกัดน่าจะตาย เกรงว่าจะก่อให้เกิดอันตรายต่อสัตว์เลี้ยงและบุคคลในพื้นที่

3. วันที่ 12 ตุลาคม 2564 นายสัตวแพทย์ชาญประเสริฐ พลซา ปศุสัตว์จังหวัดขอนแก่นมอบหมายให้กลุ่มพัฒนาสุขภาพสัตว์ร่วมกับปศุสัตว์อำเภอเมืองขอนแก่น ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงและให้ความช่วยเหลือ โดยไปพบนายวิชัย ศรีคุณลา ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 8 บ้านหนองโจด ได้ให้ข้อมูลว่ามีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจริง โดยสุนัขพันธุ์พิทบูลเป็นของนายสุวิทย์ ศรีคุณลา อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 289 หมู่ที่ 8 บ้านหนองโจด ตำบลบ้านเป็ด อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น ส่วนสุนัขที่ถูกกัดเป็นสุนัขไม่มีเจ้าของที่อาศัยหากินอยู่บริเวณริมถนน หน้าบ้านของนายสุวิทย์ จึงได้พาเจ้าหน้าที่ไปที่บ้านนายสุวิทย์ พบว่ามีสุนัขพันธุ์พิทบูลถูกเลี้ยงไว้ในกรง นายสุวิทย์ให้ข้อมูลว่าปกติจะเลี้ยงสุนัขไว้ในกรงแต่จะปล่อยออกมาในช่วงเช้าให้สุนัขได้ขับถ่ายและวิ่งเล่น ซึ่งวันเกิดเหตุเป็นเวลาเช้า ได้ปล่อยสุนัขพิทบูลออกจากกรง เดินเล่นในบ้าน ในวันดังกล่าวได้มีกลุ่มสุนัขไม่มีเจ้าของมาอยู่บริเวณหน้าบ้านของนายสุวิทย์ สุนัขพิทบูลจึงวิ่งไปกัดสุนัขตัวดังกล่าว ตนจึงรีบไปห้ามและนำสุนัขพิทบูลของตนเข้าบ้าน โดยสุนัขที่ถูกกัดได้วิ่งหนีไป ไม่ได้ตายแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่เดินสำรวจบริเวณริมถนน ก็พบสุนัขไม่มีเจ้าของที่จำนวน 5 ตัว และพบสุนัขตัวที่ถูกกัดดังกล่าว แต่ไม่สามารถจับเพื่อดูว่ามีบาดแผลถูกกัดหรือไม่ 

การดำเนินการ

เจ้าหน้าที่สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดขอนแก่น ได้ให้คำแนะนำแก่นายสุวิทย์ ศรีคุณลา เจ้าของสุนัขพิทบูล  เรื่องการจัดการและการเลี้ยงดู เนื่องจากสุนัขพันธุ์พิทบูลมีนิสัยค่อนข้างดุร้าย และหากต้องการนำสุนัขออกนอกบริเวณบ้าน ควรใส่สายจูง มีตะกร้อครอบปาก เพื่อป้องการอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นต่อสัตว์เลี้ยงและบุคลลในพื้นที่ นายสุวิทย์ ศรีคุณลา เจ้าของสุนัขพันธุ์พิทบูลได้รับทราบและยินดีให้ความร่วมมือที่จะทำตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ฯ พร้อมทั้งรับปากว่าจะไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก และหากต้องการนำสุนัขออกนอกบริเวณบ้านให้ใส่สายจูง

A  B  C  F

iowdt

                  เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2564 สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดขอนแก่น พร้อมด้วย สำนักงานปสุสัตว์อำเภอเมืองขอนแก่นประสานกับเทศบาลนครขอนแก่น ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงประเด็นร้องเรียนจากเฟสบุคส์วอซด้อก ไทยแลนด์ “กรณีพบสุนัขในสถานกักกันสุนัขจรจัด ผอมโซ ไร้อาหาร ร้อง โหยหวน ยังจุดเกิดเหตุพิกัดสถานกักกันสุนัขจรจัด เทศบาลนครขอนแก่น อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น นายรังสรรค์ วรวงษ์ ตำแหน่งสัตวแพทย์ชำนาญงาน ผู้รับผิดชอบดูแลสถานกักสุนัขจรจร เทศบาลนครขอนแก่น ได้ให้ข้อมูลว่า สุนัขจรจัดในสถานกักกันของเทศบาลนครขอนแก่น มีสุนัขที่อยู่ในความดูแล 142 ตัว โดยทุกตัวได้มีการทำทะเบียนประวัติ ทำหมันและทำวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าแล้ว โดยทางเทศบาลนครขอนแก่นจ้างคนงานดูแลสุนัขกลุ่มดังกล่าว เพื่อให้อาหารวันละ 2 มื้อ ทุกวันเป็นอาหารเม็ดสำเร็จรูป โดยจะให้อาหารตกเฉลี่ยวันละ 300 กรัมต่อตัวต่อวัน และมีน้ำดื่มจัดไว้ให้ตลอดทั้งวัน ส่วนข่าวร้องเรียน “กรณีพบสุนัขในสถานกักกันสุนัขจรจัด ผอมโซ ไร้อาหาร ร้อง โ หยหวน” จากการตรวจสอบข้อเท็จจริง ณ สถานที่ดังกล่าวโดยรอบ พบว่า สุนัขส่วนใหญ่ปล่อยเลี้ยงอิสระสภาพร่างกายอ้วนท้วน สมบูรณ์แข็งแรงดีทุกตัว สุนัขท่าทางร่าเริงแจ่มใสดี มีแผลตามตัวบ้างเนื่องจากมีการกัดกัน มีบางตัวมีความตื่นกลัวแอบหลบในป่า และมีสุนัขพันธุ์ลูกผสมพิทบูล จำนวน 1 ตัว จำเป็นต้องเลี้ยงขังกรง เนื่องจากนิสัยดุร้าย เคยกัดคนและสุนัขในสถานที่ดังกล่าวจนเสียชีวิตไป 1 ตัว จากการตรวจสอบสุนัขตัวดังกล่าวมีดุร้ายจริง และร่างกายอ้วนท้วนสมบูรณ์แข็งแรงดี มีน้ำอาหารให้กินสม่ำเสมอ ส่วนภาพข่าว สุนัขนอนผอมโซ นายรังสรรค์ วรวงษ์ได้ให้ข้อมูลว่า สุนัขตัวดังกล่าวแสดงอาการเจ็บป่วย ตั้งแต่วันที่ 6 พฤษภาคม 2564 ได้รับการตรวจร่างกายพบว่าป่วยด้วยโรคไข้หัดสุนัขและโรคพยาธิในเม็ดเลือด และทางเทศบาลนครขอนแก่นได้ให้ยารักษามาระยะหนึ่งแล้ว โดยฉีดยาปฏิชีวนะฆ่าเชื้อ ยาแก้อักเสบ และยาบำรุง แต่อาการไม่ดีขึ้น ด้วยสภาพร่างกายที่ไม่แข็งแรง ภูมิต้านทานไม่ดี ทำให้สุนัขตัวดังกล่าวได้เสียชีวิตลงเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2564 โดยทำการฝังซากสุนัขตัวดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว

2 สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดขอนแก่น ได้รับเรื่องร้องเรียนผ่าน เว็บไซต์สยามรัฐออนไลน์  “ หมูขอนแก่นตายยกคอกมูลค่ากว่า ๕ แสน อึ้งเจ้าหน้าที่ระบุไม่ได้เป็นโรคที่รัฐต้องชดเชย”

ข้อเท็จจริง

๑.วันที่ ๒๑ กรฎาคม ๒๕๖๔ สำนักงานปศุสัตว์อำเภอน้ำพองได้รับแจ้งจาก นายจักราวุธ โขพิมพ์ อาศัยอยู่บ้านเลขที่ ๙๒/๒  หมู่ที่ ๒ บ้านหนองหญ้ารังกา ต.น้ำพอง อ.น้ำพอง  จ.ขอนแก่น ว่าตนเลี้ยงสุกรจำนวน ๙๒ ตัวประกอบด้วยแม่พันธุ์ จำนวน ๓๐ ตัว พ่อพันธุ์ ๒ ตัว ลูกสุกร ๖๐ ตัว ต่อมาสุกรที่ตนเลี้ยงอยู่ มีอาการป่วยและตาย

๒.วันที่ ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๔ สำนักงานปศุสัตว์อำเภอน้ำพองได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ จากการสอบสวนโรคพบว่าสุกรของ นายจักราวุธ โขพิมพ์ เริ่มมีอาการป่วยตั้งแต่วันที่ ๒ กรกฎาคม ๒๕๖๔ และมีอาการผื่นแดง มีไข้สูง มีตุ่มสีม่วงขึ้นตามใบหู เลือดออกตามปากและจมูก นายจักราวุธ โขพิมพ์ ได้ทำการรักษาเองไม่ได้แจ้งให้ปศุสัตว์อำเภอทราบเนื่องจากตนมีประสบการณ์เลี้ยงสุกรมาพอสมควร จึงทำการรักษาเอง ซึ่ง ณ วันที่เจ้าหน้าที่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอน้ำพองเข้าไปสอบสวนโรคนั้น มีสุกรคงเหลือในฟาร์ม จำนวน ๒๕ ตัว (แม่พันธุ์ ๔ ตัว หมูขุน น้ำหนักประมาณ ๓๐ กิโลกรัม จำนวน ๒๑ ตัว ) เจ้าหน้าที่ฯจึงเจาะเลือดสุกรที่แสดงอาการป่วย จำนวน ๔ ตัวอย่าง เพื่อส่งตรวจที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการสัตวแพทย์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และได้ทำการพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อภายในฟาร์ม

๓.วันที่ ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๖๔ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการสัตวแพทย์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ได้แจ้งผลการตรวจว่าเป็นลบต่อเชื้อASFV ซึ่งสำนักงานปศุสัตว์อำเภอน้ำพองได้แจ้งผลการตรวจให้เกษตรกรทราบ พร้อมกับชี้แจงให้เกษตรกรทราบในส่วนของระเบียบการชดเชยกรณีสัตว์เป็นโรคระบาดตามพรบ.โรคระบาดสัตว์ พ.ศ. ๒๕๕๘ ซึ่งเกษตรกรก็รับทราบแล้ว แต่ภายหลังเกษตรกรก็ได้นำข้อมูลการเกิดโรคสัตว์ในฟาร์มของตนไปหารือกับนักข่าวสยามรัฐ ซึ่งเป็นนักข่าวที่มีภูมิลำเนาอยู่ในอำเภอน้ำพอง และได้เสนอข่าวออกไปตามสื่อออนไลน์ตามที่ปรากฎ

๔.วันที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๖๔ นายชาญประเสริฐ พลซา ปศุสัตว์จังหวัดขอนแก่น ได้มอบหมายให้นางชนันพัฒน์  ประเสริฐสังข์ ปศุสัตว์อำเภอน้ำพอง ลงพื้นที่เพื่อทำความเข้าใจกับนายจักราวุธ โขพิมพ์ และสอบสวนโรคเพื่อหาสาเหตุการตายของสุกรเพิ่มเติม 

การดำเนินการ

๑.ทำการโดยพ่นยาฆ่าเชื้อในคอกสัตว์  เกษตรกรให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี

๒.ประชาสัมพันธ์เกษตรกรใกล้เคียงเฝ้าระวังและป้องกันโรคต่อไป

 

 

.

1

วันที่ 9 พฤษภาคม 2564
นายสัตวแพทย์ชาญประเสริฐ พลซา ปศุสัตว์จังหวัดขอนแก่น มอบหมายให้กลุ่มพัฒนาสุขภาพสัตว์ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์เขต 4 ด่านกักกันสัตว์ขอนแก่นและปศุสัตว์อำเภอกระนวน ไปสอบสวนและควบคุมโรคลัมปีสกิน ในโคนมและโคเนื้อในพื้นที่อำเภอกระนวน จังหวัดขอนแก่นพบว่ามีโคนมป่วยสงสัยโรคลัมปีสกิน 2 ฟาร์มๆละ1ตัวและโคเนื้อ 2 ฟาร์มจึงได้ทำการเก็บตัวอย่างส่งตรวจ และแยกสัตว์ป่วยทำการรักษา สั่งกักสัตว์ห้ามเคลื่อนย้าย ด่านกักกันสัตว์ขอนแก่นได้พ่นยาฆ่าแมลงดูดเลือดที่ฟาร์มเกิดโรคและฟาร์มในรัศมีรอบจุดเกิดโรค

 

.

เนื้อหาอื่นๆ...